อยากให้คำพูดคุณโน้มน้าวจิตใจคนอื่นเริ่มได้จาก 5 สิ่่งนี้

บนโลกใบนี้ทั่วทุกมุมโลกผู้คนแต่ละประเทศและทวีปต่างสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของตนรวมทั้งการสืบทอดภาษาที่สื่อสารกันจากรุ่นสู่รุ่น และยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็มีคำใหม่ๆเกิดขึ้นตามเช่นกัน  การที่จะให้คำพูดของคุณดูมีพลังอำนาจในการโน้มน้าวคนฟังเป็นสิ่งสำคัญที่จะให้เหล่าคนฟังทั้งหลายคล้อยตามคุณ และแน่นอนคุณต้องผ่านการเตรียมคำพูด ก่อนที่คุณจะพูดออกมา นักพูดที่พูดโน้วน้าวคนอื่นคล้อยตามได้ นอกจากพวกเขาจะวางแผนก่อนพูดพวกเขายังฝึกพูดเพื่อสร้างความเคยชินและดูเป็นธรรมชาติกับสถานการณ์นั้นอีกด้วย

ในหัวข้อพลังของคำ ที่ผู้เขียนยกเป็นหัวข้อใหญ่ของเว็บไซต์ เพราะผู้เขียนให้ความสำคัญกับการสื่อสารเป็นอย่างมาก แรงบันดาลใจได้มาจากประวัติของคุณพ่อ (กตัญญู อัครฮาด) ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต จากคนธรรมดาแต่สามารถก้าวสู่จุดสูงสุดในชีวิตของท่าน ผู้เขียนพยายามศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพลังของคำ มหัศจรรย์ของคำพูด ที่จะพลิกชีวิตของคุณมีพลังอำนาจที่จะโน้มน้าวจิตใจผู้คนคล้อยตามคุณ

ก่อนที่จะเรียบเรียงบทความนี้ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า  Pre-Suasion (กลยุทธ์ก่อนโน้มน้าวใจ) หน้า 52-233

ผู้แต่ง : Robert Ciadini แปลโดย : วิโรจน์ ภัทรทีปกร ได้ความรู้ค่อนข้างเยอะมากค่ะจากเล่มนี้  ผู้เขียนได้นำมาเรียบเรียงพร้อมกับไอเดียของผู้เขียนเองค่ะ มาเป็นบทความสั้นๆ ที่จะต่อยอดให้กับผู้อ่านทุกท่าน และร่วมกันต่อยอดความรู้ไปด้วยกันค่ะ

จุดประสงค์หลักของภาษา คือเพื่อหันเหความสนใจของผู้ฟังไปที่บางแง่มุมของข้อเท็จจริง โดยหลังจากทำได้สำเร็จแล้ว ผู้ฟังก็จะเชื่อมโยง แง่มุมดังกล่าว ตามแบบแผนที่มีอยู่แล้วในหัว ซึ่งเป็นตัวกำหนดปฏิกิริยาตอบกลับของพวกเขาต่อไป

เราโน้มน้าวผู้อื่นโดยอาศัยภาษาที่สามารถควบคุมสมองของผู้รับสารให้เชื่อมโยงกับเนื้อหาของเรา แล้วความคิดมุมมองหรือการตอบสนองทางอารมณ์ก็จะเกิดขึ้นตามมาเองจากการเชื่อมโยงดังกล่าว”  จากหนังสือชื่อ Pre-Suasion (กลยุทธ์ก่อนโน้มน้าวใจ) ผู้แต่ง : Robert Ciadini แปลโดย : วิโรจน์ ภัทรทีปกร หน้า 142

เวลาคุณได้ฟังคนที่จะสื่อสารและเมื่อคุณรับฟังพวกเขาพูดแล้ว คุณรู้สึกมั๊ยว่า ทำไมคำพูดของพวกเขาถึงทำให้คุณรู้สึกว่าพวกเขาโน้มน้าวความรู้สึกของคุณ และคุณคล้อยตามคำพูดนั้นไปแล้ว  มาเริ่มต้นสร้างคำพูดของคุณให้สอดคล้องกับ  5 เคล็ดไม่ลับ นี้ จะมาต่อยอดให้คำพูดของคุณมีพลังอำนาจที่จะดึงดูดความสนใจคนฟังให้คล้อยตามคุณ

1.ให้คำพูดของคุณเชื่อมโยงกับความรู้สึกคนฟังในช่วงเวลานั้นๆ

เสมือนว่าสิ่งที่คุณพูดอยู่เกี่ยวข้อง หรือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ฟังอยู่ อาจจะเป็นช่วงเวลาและอารมณ์ที่พวกเขาต้องการกำลังใจ ต้องการคนมาเติมเต็มพลังงานให้จิตใจดีขึ้นคำพูดนี่แหล่ะ เป็นอีกหนึ่งพลังงานที่จะถ่ายทอดให้อีกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ  หรือจะเป็นการสื่อสารที่คุณได้สังเกตเห็นคนฟังที่พวกเขาฟังคุณและพวกเขามีคำถามอยู่ในใจที่ต้องการคำตอบและคุณอาจจะเป็นคนที่ให้คำตอบกับพวกเขาได้ หรือแม้จะเป็นการต้องการคำแนะนำ หากคุณสื่อสารคำพูดที่คนฟังยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการคำแนะนำ คำพูดของคุณจะมีพลังดึงดูดความสนใจ ทำให้พวกเขาหยุดชะงักอยากที่จะฟังคุณต่อ ว่า “คุณจะพูดอะไรต่อไป ฉันกำลังฟังคุณอยู่นะ” จงกลั่นกรองคำพูดของคุณเชื่อมโยงกับความรู้สึกของคนที่ฟังคุณอยู่ในช่วงนั้นๆ ให้จงได้

2.ให้คำพูดของคุณเป็นในทางบวก

อย่าลืมว่า มนุษย์เรามีความรู้สึก ความผูกพันธ์  คุณเติมเต็มพลังคำพูดของคุณในทางบวก เป็นเสมือนพลังงานของการเพิ่มในลักษณะเป็นกำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจ ความหึกเหิม ความกล้าหาญ ความมั่นใจ ความมุ่งมั่น หากคุณใส่คำพูดที่เป็นทางลบให้คนฟัง แน่นอนว่าความรู้สึกที่เป็นลบ แสดงถึง ความเศร้า  หมดหวัง ท้อแท้ หม่นหมอง กังวล อย่างไรก็ตามคุณสามารถให้ทั้งคำพูดที่เป็นบวกและคำพูดที่เป็นลบ ด้วยกันแต่ ผลลัพธ์ที่ออกมาให้มีแนวโน้มที่เป็นไปทางบวก คุณจะสามารถดึงดูดคนฟังได้เช่นกัน

ตัวอย่างที่อยากจะมาเล่าสมเด็จอลิซเบธที่หนึ่งแห่งอังกฤษทรงให้สุนทรพจน์ที่ทิวบรีในปี 1588โดยตรัสกับกองพลที่มารวมตัวกันเพื่อต่อต้านการรุกรานทางทะเลอย่างไม่คาดฝันของกองทัพสเปน พระองค์ขจัดความกังวลของกองทหารที่เกรงว่าพระองค์ซึ่งเป็นผู้หญิงจะไม่พร้อมสำหรับความโหดร้ายของการสู้รบด้วยการตรัสว่า “ เรารู้ว่าเรามีร่างกายของผู้หญิงที่อ่อนแอและบอบบาง  แต่เรามีหัวใจของกษัตริย์ และเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษด้วย” ว่ากันว่าเสียงไชโยโห่ร้องที่ตามมานั้นกึกก้องและยาวนานเสียจนผู้บังคับบัญชาทั้งหลายจำเป็นต้องขี่ม้าเข้าในกองทหารสั่งให้เหล่าพลทหารควบคุมตัวเองเพื่อที่สมเด็จอลิซเบธที่หนึ่งได้ทรงตรัสต่อไป

จากหนังสือชื่อ Pre-Suasion (กลยุทธ์ก่อนโน้มน้าวใจ) ผู้แต่ง : Robert Ciadini แปลโดย : วิโรจน์ ภัทรทีปกร หน้า 226

3.สร้างความไม่แตกต่างในการสื่อสาร

บางครั้งบางสถานการณ์  เมื่อคุณให้การสื่อสารของคุณไม่แตกต่าง อาจะจะเป็นการพยายามพูดภาษาเดียวกันกับคนฟัง ก็ทำให้คนฟังรู้สึกประทับใจแล้ว มีเหตุการณ์ที่ผู้เขียนสังเกตได้เวลานักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องการจองทริปท่องเที่ยวหลังจากทำการจองทริปเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนจะตบท้ายด้วยคำขอบคุณเป็นภาษาต่างประเทศของนักท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ ปฏิกิริยาของพวกเขาที่ได้รับกลับมาคือ รอยยิ้มที่รู้สึกพอใจ หรือบางคนย้อนถามกลับมาว่า “คุณพูดภาษาฉันได้ด้วยเหรอ”พร้อมกับรอยยิ้มที่ประทับใจ เสมือนเป็นการสร้างมิตรภาพให้พวกเขารู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลายกับการสื่อสาร

บางทีจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าหน้าหาด(หาด ป่าตอง จ.ภูเก็ต) ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าพวกเขาเจอนักท่องเที่ยวชาติไหนก็จะพยายามพูดสักประโยคเป็นภาษาต่างประเทศของนักท่องที่ยวประเทศนั้น นักท่องเที่ยวพอพวกเขาได้ยินการทักทายหรือพูดเป็นภาษาของประเทศพวกเขา พวกเขาเหล่านั้น หัวเราะชอบใจ อีกด้านหนึ่งเป็นเหมือนการเปิดการขายของพ่อค้าแม่ค้า  เพื่อสร้างความคุ้นเคย ก่อนที่จะนำเสนอสินค้า ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้ซื้อทั้งหมดที่เขาทักทาย แต่เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ใช้ภาษาในการเปิดการขายที่จะโน้มน้าวคนฟังให้ดึงดูดความสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง

4.คำพูดที่ถ่ายทอดผ่านผู้มีอิทธิพล (Influencer)

ผู้มีอิทธิพล ไม่ได้หมายถึงหัวหน้าชั้นผู้ใหญ่ แต่เป็นใครก็ได้ ที่กลุ่มคนให้ความสนใจ ติดตาม หรือที่เรียกกันและเป็นคำนิยมไปแล้ว ว่า “ เน็ตไอดอล” เมื่อผู้พูดเป็นเน็ตไอดอลของคุณ  คำพูดของพวกเขาทำให้คุณคล้อยตาม โน้มน้าวความรู้สึกของคุณขึ้นมาเลย จะเห็นกันบ่อยที่ให้คนที่เป็นเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ทำการโฆษณาสินค้าต่างๆ  บางครั้งในโลกโซเชียล มีประโยค หรือคำคม และมีรูปภาพของเน็ตไอดอล มันจะเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นคนที่ชื่นชอบเน็ตไอดอลคนนั้นๆ ขึ้นมาทันที

หากคุณไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล (Influencer) คุณเริ่มจากการใช้คำพูดที่ดูน่าเชื่อถือและจริงใจเพื่อเป็นการสร้างน้ำหนักพลังคำพูดของคุณนั่นเอง

5.คำพูดที่ชวนให้สงสัยและอยากจะคิดต่อ

คำพูดเหล่านี้จะเป็นในลักษณะคำพูดที่เป็นปริศนาทิ้งท้ายหรือต้องการความคิดเห็นจากคนฟังที่พวกเขาจะออกความคิดเห็นที่เห็นด้วยหรืออาจจะโต้แย้ง แต่อย่างน้อยคำพูดของคุณสามารถที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาคล้อยตามคุณและคิดต่อ….ว่าน่าจะเป็นอย่างไร สังเกตจากบางคนที่ทำช่องยูทูป (Youtube) บางคนจะลงท้ายด้วยการตั้งคำถามคนฟังกลับไปว่า “ถ้าคุณเจอในสถานการณ์หรือความรู้สึกนี้ คุณจะทำอย่างไร” เป็นการตั้งคำถามก่อนจบคลิป เพื่อที่จะให้คนฟังคิดต่อและลงคอมเมนต์เพื่อแสดงความคิดเห็น ทำให้คุณเห็นถึงความสนใจของคนดูคลิป

อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำที่คุณพูดออกมาและพยายามจะสื่อสารกับคนฟัง หากคุณไปปรับกับสถานการณ์ของคุณโดยคุณคำนึงถึงคนรับสาร สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ยิ่งจะเป็นการเติมเต็มให้พลังคำพูดของคุณมีแนวโน้มที่จะดึงดูดและทำให้คนรับสารคล้อยตามคุณมากขึ้นด้วย  แม้แต่ผู้สื่อสารเองยังมีผลต่อคำพูดของตัวเองเช่นกัน พลังของคำพูดนอกจากจะโน้มน้าวคนฟังดึงดูดความสนใจมาที่คุณแล้ว ผลในทางอ้อมของพลังคำพูดยังทำให้คุณมีเสน่ห์ และเป็นเอกลักษณ์ของคุณเช่นกัน จงให้คำพูดของคุณนำพาตัวคุณให้ประสบความสำเร็จนำคำพูดของคุณไปประยุกต์ให้กับอาชีพการงานของคุณ ธุรกิจของคุณหรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนของคุณ หากคุณไม่รู้จะเริ่มตรงจุดไหนก่อนเริ่มจากครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน โดยให้คำพูดของคุณสัมพันธ์กับ 5 สิ่งที่กล่าวไปแล้ว คนที่มีวาทะในการพูดที่ยอดเยี่ยมไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ แต่เป็นการฝึกฝน เตรียมตัว และวางแผนก่อนที่จะพูดในสถานการณ์นั้น

ผู้เขียน : Better Call Nika

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: