เมื่อทุกสิ่งในโลกนี้คือ แรงสั่นสะเทือน(Everything in life is Vibration)

ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกของเรา อีกแบบหนึ่งคือ การสั่นสะเทือน (Vibration) ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเข้าใจแรงสั่นสะเทือน จากสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรกล แรงสั่นสะเทือนจากวัตถุที่มากระทบกัน หรืออาจจะเป็นแรงสั่นสะเทือนทางธรรมชาติ จากเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหว เหล่านี้ล้วนได้รับการขับเคลื่อนจากพลังงานหนึ่งถ่ายโอนพลังานโดยผ่านวัตถุหนึ่งเพื่อแปลงไปเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ยังคงเป็นพลังงานนั้น โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยแรงสั่นสะเทือน (Vibration) และความถี่ (Frequency)

และอีกด้านตรงกันข้ามที่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่มนุษย์เราไม่อาจเห็นด้วยต่าเปล่า  จะมีแรงสั่นสะเทือน(Vibration)กับสิ่งมีชีวิต การสัมผัสผ่านทางประสาทสัมผัสเพื่อที่จะสื่อสาร และเชื่อมต่อกันของสิ่งมีชีวิตอย่างสัตว์ต่างๆ รวมถึงร่างกายของมนุษย์ เราที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่ขับเคลื่อนพลังงาน(Energy) ผ่านการสั่นสะเทือน(Vibration) และความถี่ (Frequency) แล้วถ่ายโอนพลังงานเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ให้มองเห็นได้ เช่น อารมณ์ ความรู้สึก อาการ การแสดงออกของมนุษย์ เป็นต้น หรืออาจจะเป็นวัตถุที่อยู่นิ่งถ่ายโอนพลังงาน โดยผ่านแรงสั่นสะเทือนที่มีความถี่แตกต่างกันไปแล้วแปลงมาเป็นค่าความประเมิน เพื่อให้เป็นตัวเลข ความพึงพอใจ เป็นต้น

“Everything in life is Vibration”- Albert  Einstein
(“ทุกสิ่งในชีวิต คือการสั่นสะเทือน” – อัลเบิร์ต ไอน์สไตล์ )

บทความนี้ผู้เขียน ได้แรงบันดาลใจที่อยากจะเขียน และเปิดมุมมองให้ผู้อ่าน ว่าเมื่อทุกสิ่งอย่างคือแรงสั่นสะเทือน (Vibration) แล้วแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ที่เรามองไม่เห็นในตัวเราที่ทางวิทยาศาสตร์ต้องการพิสูจน์ นั่นคืออารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ถ่ายโอนแรงสั่นสะเทือนให้กันอย่างไร ผู้อ่านลองเปิดใจนะคะ ต่อยอดไอเดีย มุมมอง เมื่อเรามองทุกสิ่งเป็นพลังงานที่เคลื่ิอนที่ด้วยแรงสั่นสะเทือน ในระดับความถี่ที่แตกต่าง สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างเช่นกัน

แรงสั่นสะเทือนที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า ต่างต้องการการพิสูจน์เพื่อหาความจริงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ มนุษย์สามารถมองเห็น เมื่อกล่าวถึงแรงสั่นสะเทือน(Vibration) จะมีคำที่เกี่ยวข้องนั่นคือ ความถี่ (Frequency) อาจจะมาในรูปแบบคลื่นความถี่ ความถี่ในการแกว่ง และพลังงาน (Energy) อาจจะมาในรูปแบบของกำลัง ในการขับเคลื่อนวัตถุที่จับต้องได้(มนุษย์ สัตว์ สิ่งของ)และจับต้องไม่ได้(อารมณ์ ความรู้สึก ) สองสิ่งนี้ โดยถ่ายโอนผ่านวัตถุไปยังอีกวัตถุหนึ่ง เพื่อเกิดเป็นรูปลักษณ์ ตัวอย่างรูปลักษณะที่มองเห็น เช่น จากการเคาะ พลังงานจากการเคาะ ส่งต่อผ่านวัตถุและแปลงเป็นเสียง

ทำความเข้าใจเบื้องต้นของสามคำนี้ คือ การสั่นสะเทือน (Vibration) ความถี่ (Frequency) และ พลังงาน(Energy) ที่หลากหลายเว็บไซต์ได้ให้คำนิยามของคำเหล่านี้ อาจทำให้คุณมองเห็นภาพได้ในทางฟิสิกส์ที่พิสูจน์ได้

ความสั่นสะเทือน (Vibration) คือ การแกว่งหรือการสั่นของวัตถุรอบๆ จุดสมดุล เช่น การแกว่งของลูกตุ้ม การสั่นสะเทือนของปั๊มน้ำ หรือการสั่นสะเทือนของลำโพง เป็นต้น (อ้างองจาก Ref 01)

ความถี่ (Frequency)-ในรูปลักษณะของคลื่น คือจำนวนรอบในการหมุนของรอบคลื่นใน 1 วินาที ว่าหมุนได้จำนวนกี่รอบ มีหน่วยเป็น Hartz (เฮิรตซ์) ใช้อักษรย่อ Hz (อ้างอิงจาก Ref 02)

หรือ ” ความถี่ (Frequency) คือจำนวนการเกิดเหตุการณ์ซ้ำในหนึ่งหน่วยของเวลา” (อ้างอิงจาก Ref 03)

พลังงาน (Energy) หมายถึง ความสามารถซึ่งมีอยู่ในตัวของสิ่งที่อาจให้แรงงาน  เป็นกำลังงานที่ใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง หรือระยะทางหนึ่ง มีค่าเป็น จูล หรือ Joule ในทางฟิสิกส์ พลังงานเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเชิงปริมาณพื้นฐานที่อธิบายระบบทางกายภาพหรือสถานะของวัตถุ พลังงานสามารถเปลี่ยนรูป (แปลงรูป) ได้หลายรูปแบบที่แต่ละแบบอาจจะชัดเจนและสามารถวัดได้ในหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน กฎของการอนุรักษ์พลังงานระบุว่า พลังงาน (ทั้งหมด) ของระบบสามารถเพิ่มหรือลดได้โดยการถ่ายโอนเข้าหรือออกจากระบบเท่านั้น(อ้างอิงจาก Ref04)

พลังงานหนึ่งถ่ายทอดไปอีกพลังงานหนึ่งผ่านวัตถุที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ด้วยแรงสั่นสะเทือน(Vibration) และความถี่ (Frequency) ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป

ธรรมชาตินั้น มีพลังงาน(Energy) การสั่นสะเทือน(Vibration) และะความถี่ (Frequency) ที่ถ่ายโอนผ่านรูปลักษณ์แตกต่างกัน ธรรมชาติ คือ ทุกสิ่งอย่างที่ไร้การปรุงแต่ง เช่น ลักษณะของต้นไม้ สีของต้นไม้ การพลิ้วไหวของใบไม้เมื่อลมพัดผ่าน หรืออาจจะเป็นรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต ต่างๆ ใต้ทะเล หรือสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ คือ ต้นไม้ สัตว์ มนุษย์

และยุคสมัยที่ธรรมชาติอยู่กับสิ่งที่มนุษย์ปรุงแต่งได้เกิดขึ้น เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิตและเกิดสิ่งใหม่ เช่น สิ่งของ ยานพหนะ ที่พักอาศัย ทุกสิ่งอย่างที่อำนวยความสะดวกในชีวิตเรา เหล่านี้ต่างมีพลังงาน เมื่อมีพลังงานทำให้เกิดการสั่นสะเทือน(Vibration)และ ความถี่(Frequency) ที่เป็นปรากฎการณ์ใหม่เกิดขึ้น มนุษย์เรารับรู้แรงสั่นสะเทือน ถ่ายโอนผ่านความรู้สึก พึงพอใจและไม่พึงพอใจ เมื่อพึงพอใจเราก็ยอมรับสิ่งนั้นๆ หรืออาจจะถ่ายโอนโดยให้ปริมาณตัวเลขที่เรากำหนดเอง เพื่อแปลงจากแรงสั่นสะเทือนเป็นสิ่งที่มองเห็นได้

“The law of nature that states everything has a vibration. If you’ve taken a chemistry class you probably remember learning about atoms, and that everything is made up of atoms. These atoms are in a constant state of motion, and depending on the speed of these atoms, things are appear as a solid, liquid, or gas. Sound also vibration so are thoughts. Everything that manifests itself in your life is there because it matches the vibration from your thoughts.”

“กฎของธรรมชาติที่บอกทุกสิ่งทุกอย่างมีความสั่นสะเทือน ถ้าคุณเคยเรียนวิชาเคมี คุณอาจจำการเรียนรู้เกี่ยวกับอะตอมได้ และทุกอย่างประกอบด้วยอะตอม อะตอมเหล่านี้มีสถานะเคลื่อนที่คงที่และขึ้นอยู่กับ ความเร็วของอะตอมเหล่านี้ สิ่งต่าง ๆ จะปรากฏเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ เสียงก็สั่นสะเทือนความคิดก็เช่นกัน ทุกสิ่งที่ปรากฏขึ้นในชีวิตของคุณด้วยปรากฎการณ์ของตัวมันเองที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะปรากฎการณ์ตรงกับการสั่นสะเทือนจากความคิดของคุณ” (อ้างอิงจาก Ref 05)

ธรรมชาติได้จัดสรรทุกสิ่งทุกอย่างให้กับสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ของเรา ที่บางครั้งเป็นปรากฎการณ์ที่อาจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ ที่พลังงานถ่ายโอนให้กันและกันผ่านการสั่นสะเทือน และเรามองไม่เห็น แต่เราสัมผัสได้ผ่านอารมณ์ ความรู้สึก การนึกคิดต่างๆ โดยที่เราสัมผัสทางประสาทสัมผัส คือ กายสัมผัส สัมผัสผ่านเสียงด้วยหู สัมผัสผ่านการมองเห็นทางสายตา สัมผัสการลิ้มรสด้วยลิ้น การสัมผัสต่างๆ ถูกถ่ายโอนจากพลังงาน ที่อาศัยแรงสั่นสะเทือน(Vibration)และความถี่ (Frequency) จากทุกสิ่งอย่าง พลังงานที่มีแรงสั่นสะเทือน (Vibration)และความถี่ (Frequency) ตรงกันมักจะดึงดูดกันและอยู่ในระดับเดียวกัน

เมื่อยุคสมัยปัจจุบันที่มีการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อตอบสนองความต้องการมนุษย์ด้วยกันเอง สร้างความแปลกใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง หากเราสังเกต จะเห็นถึงมนุษย์สร้างพลังงานใหม่ขึ้นตลอดเวลา เพื่อให้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ ปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในยุคที่เรียกว่า ดิจิตอล(Digital) หนึ่งในนั้นคือ ความเหมือนมนุษย์ (AI) หรือหุ่นยนต์มนุษย์ ที่มนุษย์ใส่ข้อมูลเพื่อให้เหมือนความเป็นมนุษย์มากที่สุด บ่งบอกถึงการสร้างพลังงานใหม่ที่มีความแรงสั่นสะเทือน(Vibration)และความถี่(Frequency) ใหม่เกิดขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ความจริงของธรรมชาติ ที่ธรรมชาติจัดสรรเป็นความจริงของการรับรู้พลังงานของสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ ที่ปราศจากสิ่งรบกวนอย่างการปรุงแต่ง คือ การสั่นสะเทือนตามธรรมชาติ อาจจะเป็นเสียงของธรรมชาติ คลื่นความถี่ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ในระดับที่เรียกว่า ความว่างเปล่า (Space) ที่ไร้การปรุงแต่ง นั่นคือ จุดสมดุลของมนุษย์ ที่ไม่มีสิ่งอื่นมาแทนที่ได้ ความเป็นมนุษย์ที่อาจจะเรียกได้ว่า เผ่าพันธุ์ (Tribe) บนพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติ หากเราเข้าใจจุดสมดุลของธรรมชาติ จะช่วยให้คุณปรับ หรือจูน คามรู้สึกของมนุษย์ ให้กลับมาอยู่ในจุดสมดุลของธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาเราอยู่ในภาวะวิกฤติทางจิตใจ

Writer: Better Call Nika

อ้างอิงจาก :

Ref 01 – https://www.mmthailand.com/ความสั่นสะเทือน-vibration/

Ref 02 – https://www.liveforsound.com/frequency-and-human-hearing/

Ref 03 – https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B9%88

Ref 04 – https://th.wikipedia.org/wiki/พลังงาน

Ref 05 – https://www.coursehero.com/file/94521916/Everything-in-life-is-Vibrationpdf/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: